มาถ่ายรูปฟ้าผ่ากันมั้ย?
posted on 26 Nov 2005 22:00 by weerat in MyGallery/*บลอควันนี้ค่อนข้างอันตราย ผู้ปกครองกรุณาให้คำแนะนำต่อบุตรหลานของท่านนะครับ -..-*/
พอดีคืนนี้ฝนฟ้าคะนอง (ตอนนี้ฟ้าก็ยังผ่าโครม ๆ อยู่ T-T) พาลให้นึกถึงวันที่ไปเดินเที่ยวถ่ายรูปที่ภูเขาแถบ Watson's Bay มาเมื่อปีก่อน ตอนนั้นกำลังเดินถ่ายรูปเล่นหนุก ๆ ฟ้าก็เริ่มคำรามขู่เราซะแล้ว แทนที่จะได้รูปทะเลตอนใกล้ค่ำก็กลายเป็นได้ถ่ายรูปอะไรทำนองนี้มาแทน ..

ชะแว้ง ..
เอนทรีนี้ก็เลยมาเสนอวิธีการถ่ายรูปฟ้าผ่าประชดชีวิตกันนะครับ ข้อมูลจากประสบการณ์ไม่มีการอิงตำราใด ๆ ทั้งสิ้น .. (แหงล่ะ ใครจะแนะนำให้คนถ่ายฟ้าผ่าวะ) .. เอาน่า .. คิดซะว่าครั้งหนึ่งในชีวิต
จากการที่ตอนนั้นได้ลองมั่วไปมั่วมาร้อยกว่ารูป ทำให้พอสรุปหลักการได้ดังนี้ .. (ถ้าไม่สนใจดูแต่รูปก็ได้ฮะ ^^")
ก่อนอื่นก็ต้องดูอุปกรณ์และปัจจัยหลัก ๆ ที่จำเป็นกันก่อน ซึ่งก็มี ..
ทีนี้เราก็มาเตรียมตัวถ่ายกันนะครับ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็มี ..
1. ความเร็วชัตเตอร์: ให้กะว่านานพอที่จะรับภาพสายฟ้าได้ แต่ก็เร็วพอที่จะไม่ทำให้แบ็คกราวน์ของภาพสว่างเกินไป ก็คือ ..
- 1.1 ถ้าเปิดชัตเตอร์สปีดช้ามาก ๆ โอกาสที่จะถ่ายติดสายฟ้าก็มีสูง แต่รูปที่ได้ก็อาจจะสว่างเกิน ทำให้เห็นเส้นสายฟ้าไม่ชัด
- 1.2 ในทางกลับกัน ถ้าชัตเตอร์สปีดเร็วขึ้นก็อาจทำให้ได้สายฟ้าที่เด่นขึ้น แต่โอกาสที่จะติดสายฟ้าก็ลดลงนิดหน่อย
2. หน้ากล้อง (รูรับแสง): คร่าว ๆ คือถ้าเปิดหน้ากล้องกว้างมาก (เลขน้อย) แสงเข้าได้มาก ภาพก็สว่าง ถ้าแคบ (เลขมาก) แสงก็เข้าได้น้อย ภาพก็มืด ชัดตื้นชัดลึกไม่ต้องสนใจอยู่แล้ว ไม่ต้องคิดถึงมัน ภาพที่เราต้องการในที่นี้คือแบ็คกราวน์มืด ๆ เห็นสายฟ้าชัด ๆ เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องเปิดกว้างมากครับ ไม่งั้นทั้งสายฟ้ากับแบ็คกราวน์อาจสว่างทั้งคู่ แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าถ้าเปิดแคบไปแล้วจะไม่เห็นสายฟ้า เพราะฟ้าผ่าปกติความแรงมันขนาด ~ 100 เมกกะโวลต์ ก็แรงกว่าไฟบ้านประมาณสี่แสนเท่าอยู่แล้ว สว่างพอแน่นอนครับ สำหรับข้อนี้ผมปรับไว้ 5.6 (f/5.6) ครับ ก็กลาง ๆ นะ ..
3. ISO: ISO สูงถ่ายที่มืดได้ดี ถ้าต่ำก็เหมาะกับที่สว่างมากกว่า แต่ถ้าสูงมากภาพที่จะอาจมี noise หรือเรียกว่าเกรนแตก คือภาพจะเป็นจุด ๆ ไม่เนียนว่างั้น ที่ผมใช้นี่คือ 100 ครับ ไม่ใช่ว่ากลัวเกรนแตกนะ คือตอนนั้นมัวแต่ตื่นเต้นฟ้าผ่าเลยไม่ได้ปรับอะไร -_-
4. ระยะโฟกัส: ถ้ามีออโต้โฟกัสก็ให้เปลี่ยนเป็นแมนวลซะ แล้วก็โฟกัสที่อินฟินิตี้เหมือนตอนถ่ายรูปวิวไกล ๆ ไว้ครับ ปรับไว้ก่อนเลยนะ เพราะจะมาโฟกัสเอาตอนมันผ่าคงไม่ทันแน่
5. ระยะซูม: ซูมเอ๊าท์ให้เก็บได้กว้างที่สุดเท่าที่ทำได้ หรือจะลองใช้เลนส์ไวด์ดูก็ได้นะ เผื่อได้สายฟ้าทรงแปลก ๆ ^^"
6. ทิศทาง: คาดเดาไม่ได้ เพราะฉะนั้นข้อ 5 จึงจำเป็นไง
7. จังหวะ: ก่อนที่มันจะผ่าตูมลงมาแรง ๆ มันมักจะมีเสียงคำรามขู่เล็กน้อยก่อน สรุปลำดับก็จะประมาณว่า
- 7.1 ครึก .. ครึก .. ครืน .. แบบไม่แรงมาก (จะนึกออกไหมเนี่ย - -") พอเริ่มได้ยิน ก็เตรียมกดได้ เสียงเริ่มหายเมื่อไหร่ก็กดไม่ต้องยั้ง
- 7.2 แสงฟ้าแลบ มาเงียบ ๆ เพราะแสงเดินทางเร็วกว่าเสียงนะจ๊ะหนู ๆ
- 7.3 เสียง ตูม!! สุดท้ายจะดังตามมา ถ้าคุณยังมีชีวิตปลอดภัยดีอยู่ ก็จะได้รูปฟ้าผ่าติดมานะครับ ..
สำหรับข้อ 1, 2 และ 3 ก็ไม่ตายตัวนะครับ จะปรับค่าอะไรเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและความสามารถของกล้องเรามากกว่า ลองดูซักพักก็จะพอจับแนวได้ครับ และเพียงเท่านี้คุณก็จะได้รูปถ่ายฟ้าผ่าตามต้องการ ถึงไม่สวยเนียนหวือหวาเหมือนในทีวี แต่ก็ตื่นเต้นพอดู ถือเป็นรสชาติของชีวิต -..-

สุดท้ายนี้อยากบอกว่า .. เอนทรีนี้ผมก็ล้อเล่นไปงั้นแหละครับ (อ้าว?) อ่านเอาประสบการณ์แปลก ๆ กับดูรูปเล่น ๆ เย็น ๆ ใจก็พอครับ อย่าไปถ่ายเลยนะ พลังจากธรรมชาติมันไม่น่าไปล้อเล่นด้วยหรอก ถ้าไม่ห่วงชีวิตก็ห่วงกล้องก็ได้ครับ อากาศชื้น ๆ ฝนตก ฟ้าฟาด กล้องจะเจ๊ง เลนส์จะขึ้นราเอานะเอ้อ ..
ปล. โม้มาซะยาวมีรูปตัวอย่างแค่สองรูป จริง ๆ อยากเอาลงหลายรูปครับ แต่มันอยู่ในน้องที (ชื่อเล่นโน้ตบุ๊ค) ที่เพิ่งกลับเมืองไทยไป เหลือแต่รูปที่ค้างอยู่ในเว็บโฮสต์ ก็เลยลงได้แค่นี้แหละ .. เศร้าจายยย T-T
คือฟ้าผ่า ก้อต้องตอนฝนตก
ถ้าฟ้าผ่าเห็นชัดก้อต้องตอนกลางคืน
แล้วฝนตก+ฟ้าผ่า+ตอนกลางคืน
น่ากัว 3เท่า ม่ายกล้าไปถ่ายหรอกงับ เหอะๆ
วิธีที่ดีที่สุดคือ อยู่บ้าน เปิดเวบ ปลอดภัย
#1 By - LittleMonkey - on 2005-11-26 22:26