จรรยาบรรณของนักหนังสือพิมพ์
posted on 05 Feb 2006 22:17 by weerat in MyRandomRamblingsวันนี้มีของมาฝากสองอย่าง ..
อย่างแรก สำหรับท่านที่มีความสนใจอยากจะรู้เรื่องกฎหมายจริง ๆ นะครับ นอกจากจะมีบลอคน้องเอ๋ (http://aeyo.exteen.com) ซึ่งเป็นนิติบลอคเกอร์ประจำ exteen แล้ว ผมขอแนะนำบลอคพี่พล (http://jurisprudence.bloggang.com) อีกหนึ่งบลอคครับ มีข้อมูลและความรู้ดี ๆ ช่วยบริหารความคิดได้เยอะทีเดียว ลองไปอ่านกันดูนะครับ
อย่างที่สอง ผมเอา "จรรยาบรรณของนักหนังสือพิมพ์" มาฝากครับ เนื่องจากพักหลัง ๆ ผมได้เห็นหลาย ๆ ท่านใช้ logic ไปในทำนองว่า "การเห็นด้วยกับคุณสนธิและด่านายกคือคนดี" หรือ "การไม่ร่วมม็อบกู้ชาติคือคนไม่รักชาติ" เพราะฉะนั้นเขาเหล่านั้นก็จะคิดว่าการกระทำการใด ๆ ก็ตามของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการคือสิ่งถูกต้องและสมควร ซึ่งผมในฐานะที่เกิดในครอบครัวนักหนังสือพิมพ์ (ซึ่งก็หันไปทำนิตยสารนานแล้ว) ก็รู้สึกสะกิดใจพอดู จึงอยากให้ลองทำใจให้เป็นกลาง เบนเข็มความคิดจากการเมืองมาวงการสื่อมวลชน แล้วอ่านจริยธรรมของนักหนังสือพิมพ์ข้างล่างนี้ดูครับ
จรรยาบรรณนักหนังสือพิมพ์
ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๑ โดยที่เจ้าของ ผู้ประกอบการ บรรณาธิการ และผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ทั้งหลายได้พร้อมใจกันสถาปนาสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ให้เป็นองค์กรอิสระ ทำหน้าที่ควบคุมกันเอง เพื่อส่งเสริมเสรีภาพ ความรับผิดชอบ สถานภาพผู้ประกอบวิชาชีพและกิจการหนังสือพิมพ์ ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนสิทธิการใช้สื่อหนังสือพิมพ์ เพื่อการรับรู้ข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยส่งเสริมให้หนังสือพิมพ์ทำหน้าที่ให้การศึกษาแก่ประชาชน รวมทั้งยึดถือความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมเป็นหลักในการประกอบวิชาชีพ
อาศัยความตามข้อ ๕ (๑) และข้อ ๑๔ (๔) แห่งธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๐ คณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้ตราข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ไว้ดังต่อไปนี้
หมวด ๑ หมวดทั่วไป
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ พ.ศ.๒๕๔๑
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้ ข่าว หมายถึง เนื้อข่าว ความนำหรือตัวโปรย พาดหัวข่าว ภาพข่าว และคำบรรยายภาพข่าว หนังสือพิมพ์ หมายถึง หนังสือพิมพ์ตามธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๐ ข้อ ๓ ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ หมายถึงผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ตามธรรมนูญสภาการหนังสือ พิมพ์แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐ ข้อ ๓
หมวด ๒ จริยธรรมของหนังสือพิมพ์
ข้อ ๔ หนังสือพิมพ์ต้องยึดถือข้อเท็จจริง ความถูกต้องแม่นยำและความครบถ้วน
ข้อ ๕ หนังสือพิมพ์ต้องนำเสนอข่าวเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือหมู่คณะ
ข้อ ๖ หนังสือพิมพ์ต้องแสดงความพยายาม ในการให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ข้อ ๗ หนังสือพิมพ์ต้องไม่แต่งเติมเนื้อหาสาระของข่าว จนคลาดเคลื่อนหรือเกินจากความเป็นจริง
ข้อ ๘ หนังสือพิมพ์ ต้องละเว้นการเสนอข่าวเพราะความลำเอียง หรือมีอคติจนเป็นเหตุให้ข่าวนั้นคลาดเคลื่อน หรือเกินจากความเป็นจริง
ข้อ ๙ หนังสือพิมพ์ต้องไม่สอดแทรกความคิดเห็นลงในข่าว
ข้อ ๑๐ เมื่อคัดลอกข้อความใดจากหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ต้องบอกที่มาของข้อความนั้น
ข้อ ๑๑ การเสนอข่าวที่มีการพาดพิง อันอาจเกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือองค์กรใด ๆ ต้องแสดงถึงความพยายามในการเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาแสดงข้อเท็จจริงด้วย
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มีการเสนอข่าวผิดพลาด หนังสือพิมพ์ต้องลงพิมพ์แก้ไขข้อผิดพลาด ดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
ข้อ ๑๓ หนังสือพิมพ์ต้องไม่เสนอข่าวโดยเลื่อนลอยปราศจากแหล่งที่มา พึงระบุชื่อบุคคลที่ให้สัมภาษณ์ หรือให้ข่าวอย่างเปิดเผย เว้นแต่จะมีเหตุอันควรปกปิดเพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของแหล่งข่าว และต้องเป็นประโยชน์ต่อสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของสาธารณชน
ข้อ ๑๔ หนังสือพิมพ์ต้องปกปิดชื่อและฐานะของบุคคลที่ให้ข่าวไว้เป็นความลับ หากได้ให้คำมั่นแก่แหล่งข่าวนั้นไว้ หนังสือพิมพ์ต้องปกปิดนามปากกาหรือนามแฝงที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นไว้เป็นความลับ
ข้อ ๑๕ ในการเสนอข่าวหรือภาพใด ๆ หนังสือพิมพ์ต้องคำนึงมิให้ล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่ตก เป็นข่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องให้ความคุ้มครองอย่างเคร่งครัดต่อสิทธิมนุษยชนของเด็ก สตรีและผู้ด้อยโอกาส ในการเสนอข่าวตามวรรคแรกต้องไม่เป็นการซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมอันเกิดแก่เด็ก สตรีและผู้ด้อยโอกาสนั้นไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง
ข้อ ๑๖ การพาดหัวข่าวและความนำของหนังสือพิมพ์ ต้องไม่เกินไปจากข้อเท็จจริงในข่าวและต้องสะท้อนใจความสำคัญหรือเนื้อหาหลักของข่าว
ข้อ ๑๗ หนังสือพิมพ์จะต้องไม่เสนอภาพข่าวที่อุจาด ลามกอนาจาร หรือน่าหวาดเสียวโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของสาธารณชนอย่างถี่ถ้วน
ข้อ ๑๘ ในการแสดงความคิดเห็นหรือการวิพากษ์วิจารณ์ หนังสือพิมพ์ต้องให้ความเที่ยงธรรมแก่ฝ่ายที่ถูกพาดพิงเสมอ
ข้อ ๑๙ ข้อความที่เป็นประกาศโฆษณา ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์ ต้องแสดงให้เห็นชัดว่าเป็นประกาศโฆษณา จะแอบแฝงเป็นการเสนอข่าวหรือความคิดเห็นมิได้
หมวด ๓ จริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์
ข้อ ๒๐ ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ต้องไม่ประพฤติปฏิบัติการใดๆ อันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
ข้อ ๒๑ ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ต้องไม่อวดอ้างหรืออาศัยตำแหน่งหน้าที่ เพื่อเรียกร้องสิทธิหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ไม่ชอบธรรม
ข้อ ๒๒ ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ต้องละเว้นการรับอามิสสินจ้างอันมีค่า หรือผลประโยชน์ใดๆ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการใดอันจะขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ประ ชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องรอบด้าน
หมวด ๔ แนวปฏิบัติของหนังสือพิมพ์และผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์
ข้อ ๒๓ ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ พึงละเว้นการรับอภิสิทธิ์ หรือตำแหน่ง เพื่อให้กระทำการ หรือไม่กระทำการใดอันจะขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูล ข่าวสารอย่างถูกต้องรอบด้าน
ข้อ ๒๔ การเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์ พึงตระหนักถึงความสำคัญของข่าวต่อสาธารณชนและไม่เสนอข่าวในทำนองชวนเชื่อในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
ข้อ ๒๕ การได้มาซึ่งข่าวสาร หนังสือพิมพ์พึงใช้วิธีที่สุภาพและซื่อสัตย์
ข้อ ๒๖ ในการแสดงความคิดเห็น หนังสือพิมพ์พึงกระทำโดยบริสุทธิ์ใจ และไม่มีพันธะกรณีอื่นใด นอกจากมุ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อสาธารณชน โดยไม่ยอมให้อิทธิพลอื่นใดมาครอบงำความคิดเห็น
ข้อ ๒๗ หนังสือพิมพ์ พึงละเว้นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เว้นแต่กรณีเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ข้อ ๒๘ หนังสือพิมพ์พึงใช้ความระมัดระวังอย่างรอบคอบ ให้ประกาศโฆษณาทั้งหลายอยู่ภายในขอบเขตของศีลธรรมและวัฒนธรรม หนังสือพิมพ์พึงระมัดระวังที่จะไม่เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ประกาศโฆษณาที ่น่าสงสัยว่าจะเป็นภัยแก่สังคมหรือสาธารณชน
ข้อ ๒๙ หนังสือพิมพ์พึงหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ประกาศโฆษณาที่มีเหตุให้น่าเชื่อว่าเจ้าของประกาศโฆษณานั้น เจตนาจะทำให้ผู้อ่านหลงเชื่อในสิ่งที่งมงาย
ข้อ ๓๐ ภาษาที่ใช้ในหนังสือพิมพ์พึงหลีกเลี่ยงคำที่ไม่สุภาพ หรือมีความหมายเหยียดหยาม
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
นายมานิจ สุขสมจิตร
ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
ก่อนจบเอนทรีมีคำถามมาฝากให้คิดเล่น ๆ ครับ
๑. หนังสือพิมพ์ที่ท่านติดตามเป็นประจำสามารถปฏิบัติตามจริยธรรมข้างบนนี้ได้กี่ข้อครับ?
๒. ท่านมีความเห็นเกี่ยวกับประโยคที่ว่า "ถ้าคนในข่าวมันเลว หนังสือพิมพ์ก็มีสิทธิ์ด่าได้" อย่างไร? และนักหนังสือพิมพ์ควรจะยึดปฏิบัติตามหลักจริยธรรมของตนตลอดเวลาหรือไม่?
๓. หนังสือพิมพ์มีหน้าที่เสนอ facts (ข้อเท็จจริง) แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า facts เหล่านั้นเป็นความจริง?
๔. ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับการปฏิรูปการเมืองโดยมีนักหนังสือพิมพ์เป็นแกนนำ?
ผมไม่สรุปว่าใครจะถูกหรือผิดนะครับ เพราะคำตอบของแต่ละคนก็คงจะแตกต่างกันไป และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายก็เป็นเรื่องปกติของสังคมประชาธิปไตย
อ้อ .. ไม่ตอบในบลอคไม่เป็นไรแต่ลองตอบในใจก็ได้ หรือถ้ามันยาวเกินไม่อ่านก็ได้ครับ ไม่ว่ากัน แค่อยากเอามาแปะเผื่อว่าใครที่ไม่เคยรู้แล้วสนใจจะได้รู้แค่นั้นเอง :)
ด้วยความเคารพ
ที่มา: สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
ปล.๑ ประเด็นหลักของคำถามอยู่ที่จรรยาบรรณนักหนังสือพิมพ์นะครับ ถ้าใครอ่านแล้วเหมือนจะได้ยินเสียงวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวว่า "ท้า~ก เษ~ณ .. ออกไป ๆๆๆๆๆ!!" ล่ะก็ ตั้งสติดี ๆ สูดหายใจลึก ๆ ก่อนครับ ผมไม่ได้มาปลุกม็อบ
ปล.๒ ไม่ชอบคุณสนธิไม่ได้แปลว่าชอบคุณทักษิณ และไม่ชอบคุณทักษิณก็ไม่ได้แปลว่าชอบคุณสนธิเช่นกันนะครับ
ปล.๓ ผมก็ยังยืนยันว่าผมเอียนเรื่องการเมืองจะตายอยู่แล้วน่ะครับ -"-


จริงๆแล้วนักข่าวที่ดีก็มีเยอะนะคะแต่ที่ไม่ดีมันก็มีเยอะกว่า(เนอะ)อยากให้ทุกคนมองนักนสพ.ด้วยความเป็นกลางสักหน่อยสงสารคนที่เขาตั้งใจผลิตสื่อจริงๆ..เขาจะได้มีกำลังใจต่อไปนะคะ..อย่างน้อยเราก็เป็นคนนึงที่จะก้าวไปเป็นนักหนังสือพิมพ์อย่าเหมารวมว่าทุกคนไม่ดีนะ..พี่ๆนักข่าวสู้ ๆค่ะ
#1 By ฟิวส์ on 2006-02-05 22:37