วันนี้มีของมาฝากสองอย่าง ..

อย่างแรก สำหรับท่านที่มีความสนใจอยากจะรู้เรื่องกฎหมายจริง ๆ นะครับ นอกจากจะมีบลอคน้องเอ๋ (http://aeyo.exteen.com) ซึ่งเป็นนิติบลอคเกอร์ประจำ exteen แล้ว ผมขอแนะนำบลอคพี่พล (http://jurisprudence.bloggang.com) อีกหนึ่งบลอคครับ มีข้อมูลและความรู้ดี ๆ ช่วยบริหารความคิดได้เยอะทีเดียว ลองไปอ่านกันดูนะครับ

อย่างที่สอง ผมเอา "จรรยาบรรณของนักหนังสือพิมพ์" มาฝากครับ เนื่องจากพักหลัง ๆ ผมได้เห็นหลาย ๆ ท่านใช้ logic ไปในทำนองว่า "การเห็นด้วยกับคุณสนธิและด่านายกคือคนดี" หรือ "การไม่ร่วมม็อบกู้ชาติคือคนไม่รักชาติ" เพราะฉะนั้นเขาเหล่านั้นก็จะคิดว่าการกระทำการใด ๆ ก็ตามของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการคือสิ่งถูกต้องและสมควร ซึ่งผมในฐานะที่เกิดในครอบครัวนักหนังสือพิมพ์ (ซึ่งก็หันไปทำนิตยสารนานแล้ว) ก็รู้สึกสะกิดใจพอดู จึงอยากให้ลองทำใจให้เป็นกลาง เบนเข็มความคิดจากการเมืองมาวงการสื่อมวลชน แล้วอ่านจริยธรรมของนักหนังสือพิมพ์ข้างล่างนี้ดูครับ

จรรยาบรรณนักหนังสือพิมพ์

ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๑ โดยที่เจ้าของ ผู้ประกอบการ บรรณาธิการ และผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ทั้งหลายได้พร้อมใจกันสถาปนาสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ให้เป็นองค์กรอิสระ ทำหน้าที่ควบคุมกันเอง เพื่อส่งเสริมเสรีภาพ ความรับผิดชอบ สถานภาพผู้ประกอบวิชาชีพและกิจการหนังสือพิมพ์ ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนสิทธิการใช้สื่อหนังสือพิมพ์ เพื่อการรับรู้ข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยส่งเสริมให้หนังสือพิมพ์ทำหน้าที่ให้การศึกษาแก่ประชาชน รวมทั้งยึดถือความยุติธรรมและความเที่ยงธรรมเป็นหลักในการประกอบวิชาชีพ

อาศัยความตามข้อ ๕ (๑) และข้อ ๑๔ (๔) แห่งธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๐ คณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ มีมติเห็นชอบให้ตราข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ไว้ดังต่อไปนี้

หมวด ๑ หมวดทั่วไป

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์ พ.ศ.๒๕๔๑

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้ ข่าว หมายถึง เนื้อข่าว ความนำหรือตัวโปรย พาดหัวข่าว ภาพข่าว และคำบรรยายภาพข่าว หนังสือพิมพ์ หมายถึง หนังสือพิมพ์ตามธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๐ ข้อ ๓ ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ หมายถึงผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ตามธรรมนูญสภาการหนังสือ พิมพ์แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐ ข้อ ๓

หมวด ๒ จริยธรรมของหนังสือพิมพ์

ข้อ ๔ หนังสือพิมพ์ต้องยึดถือข้อเท็จจริง ความถูกต้องแม่นยำและความครบถ้วน

ข้อ ๕ หนังสือพิมพ์ต้องนำเสนอข่าวเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือหมู่คณะ

ข้อ ๖ หนังสือพิมพ์ต้องแสดงความพยายาม ในการให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ข้อ ๗ หนังสือพิมพ์ต้องไม่แต่งเติมเนื้อหาสาระของข่าว จนคลาดเคลื่อนหรือเกินจากความเป็นจริง

ข้อ ๘ หนังสือพิมพ์ ต้องละเว้นการเสนอข่าวเพราะความลำเอียง หรือมีอคติจนเป็นเหตุให้ข่าวนั้นคลาดเคลื่อน หรือเกินจากความเป็นจริง

ข้อ ๙ หนังสือพิมพ์ต้องไม่สอดแทรกความคิดเห็นลงในข่าว

ข้อ ๑๐ เมื่อคัดลอกข้อความใดจากหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ หรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ต้องบอกที่มาของข้อความนั้น

ข้อ ๑๑ การเสนอข่าวที่มีการพาดพิง อันอาจเกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือองค์กรใด ๆ ต้องแสดงถึงความพยายามในการเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาแสดงข้อเท็จจริงด้วย

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มีการเสนอข่าวผิดพลาด หนังสือพิมพ์ต้องลงพิมพ์แก้ไขข้อผิดพลาด ดังกล่าวโดยไม่ชักช้า

ข้อ ๑๓ หนังสือพิมพ์ต้องไม่เสนอข่าวโดยเลื่อนลอยปราศจากแหล่งที่มา พึงระบุชื่อบุคคลที่ให้สัมภาษณ์ หรือให้ข่าวอย่างเปิดเผย เว้นแต่จะมีเหตุอันควรปกปิดเพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของแหล่งข่าว และต้องเป็นประโยชน์ต่อสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของสาธารณชน

ข้อ ๑๔ หนังสือพิมพ์ต้องปกปิดชื่อและฐานะของบุคคลที่ให้ข่าวไว้เป็นความลับ หากได้ให้คำมั่นแก่แหล่งข่าวนั้นไว้ หนังสือพิมพ์ต้องปกปิดนามปากกาหรือนามแฝงที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นไว้เป็นความลับ

ข้อ ๑๕ ในการเสนอข่าวหรือภาพใด ๆ หนังสือพิมพ์ต้องคำนึงมิให้ล่วงละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลที่ตก เป็นข่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องให้ความคุ้มครองอย่างเคร่งครัดต่อสิทธิมนุษยชนของเด็ก สตรีและผู้ด้อยโอกาส ในการเสนอข่าวตามวรรคแรกต้องไม่เป็นการซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมอันเกิดแก่เด็ก สตรีและผู้ด้อยโอกาสนั้นไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง

ข้อ ๑๖ การพาดหัวข่าวและความนำของหนังสือพิมพ์ ต้องไม่เกินไปจากข้อเท็จจริงในข่าวและต้องสะท้อนใจความสำคัญหรือเนื้อหาหลักของข่าว

ข้อ ๑๗ หนังสือพิมพ์จะต้องไม่เสนอภาพข่าวที่อุจาด ลามกอนาจาร หรือน่าหวาดเสียวโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของสาธารณชนอย่างถี่ถ้วน

ข้อ ๑๘ ในการแสดงความคิดเห็นหรือการวิพากษ์วิจารณ์ หนังสือพิมพ์ต้องให้ความเที่ยงธรรมแก่ฝ่ายที่ถูกพาดพิงเสมอ

ข้อ ๑๙ ข้อความที่เป็นประกาศโฆษณา ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือพิมพ์ ต้องแสดงให้เห็นชัดว่าเป็นประกาศโฆษณา จะแอบแฝงเป็นการเสนอข่าวหรือความคิดเห็นมิได้

หมวด ๓ จริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์

ข้อ ๒๐ ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ต้องไม่ประพฤติปฏิบัติการใดๆ อันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

ข้อ ๒๑ ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ต้องไม่อวดอ้างหรืออาศัยตำแหน่งหน้าที่ เพื่อเรียกร้องสิทธิหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ไม่ชอบธรรม

ข้อ ๒๒ ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ต้องละเว้นการรับอามิสสินจ้างอันมีค่า หรือผลประโยชน์ใดๆ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการใดอันจะขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ประ ชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องรอบด้าน

หมวด ๔ แนวปฏิบัติของหนังสือพิมพ์และผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์

ข้อ ๒๓ ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ พึงละเว้นการรับอภิสิทธิ์ หรือตำแหน่ง เพื่อให้กระทำการ หรือไม่กระทำการใดอันจะขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูล ข่าวสารอย่างถูกต้องรอบด้าน

ข้อ ๒๔ การเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์ พึงตระหนักถึงความสำคัญของข่าวต่อสาธารณชนและไม่เสนอข่าวในทำนองชวนเชื่อในเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

ข้อ ๒๕ การได้มาซึ่งข่าวสาร หนังสือพิมพ์พึงใช้วิธีที่สุภาพและซื่อสัตย์

ข้อ ๒๖ ในการแสดงความคิดเห็น หนังสือพิมพ์พึงกระทำโดยบริสุทธิ์ใจ และไม่มีพันธะกรณีอื่นใด นอกจากมุ่งปฏิบัติหน้าที่เพื่อสาธารณชน โดยไม่ยอมให้อิทธิพลอื่นใดมาครอบงำความคิดเห็น

ข้อ ๒๗ หนังสือพิมพ์ พึงละเว้นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เว้นแต่กรณีเพื่อประโยชน์สาธารณะ

ข้อ ๒๘ หนังสือพิมพ์พึงใช้ความระมัดระวังอย่างรอบคอบ ให้ประกาศโฆษณาทั้งหลายอยู่ภายในขอบเขตของศีลธรรมและวัฒนธรรม หนังสือพิมพ์พึงระมัดระวังที่จะไม่เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ประกาศโฆษณาที ่น่าสงสัยว่าจะเป็นภัยแก่สังคมหรือสาธารณชน

ข้อ ๒๙ หนังสือพิมพ์พึงหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ประกาศโฆษณาที่มีเหตุให้น่าเชื่อว่าเจ้าของประกาศโฆษณานั้น เจตนาจะทำให้ผู้อ่านหลงเชื่อในสิ่งที่งมงาย

ข้อ ๓๐ ภาษาที่ใช้ในหนังสือพิมพ์พึงหลีกเลี่ยงคำที่ไม่สุภาพ หรือมีความหมายเหยียดหยาม

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
นายมานิจ สุขสมจิตร
ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ

ก่อนจบเอนทรีมีคำถามมาฝากให้คิดเล่น ๆ ครับ

๑. หนังสือพิมพ์ที่ท่านติดตามเป็นประจำสามารถปฏิบัติตามจริยธรรมข้างบนนี้ได้กี่ข้อครับ?

๒. ท่านมีความเห็นเกี่ยวกับประโยคที่ว่า "ถ้าคนในข่าวมันเลว หนังสือพิมพ์ก็มีสิทธิ์ด่าได้" อย่างไร? และนักหนังสือพิมพ์ควรจะยึดปฏิบัติตามหลักจริยธรรมของตนตลอดเวลาหรือไม่?

๓. หนังสือพิมพ์มีหน้าที่เสนอ facts (ข้อเท็จจริง) แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า facts เหล่านั้นเป็นความจริง?

๔. ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับการปฏิรูปการเมืองโดยมีนักหนังสือพิมพ์เป็นแกนนำ?

ผมไม่สรุปว่าใครจะถูกหรือผิดนะครับ เพราะคำตอบของแต่ละคนก็คงจะแตกต่างกันไป และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายก็เป็นเรื่องปกติของสังคมประชาธิปไตย

อ้อ .. ไม่ตอบในบลอคไม่เป็นไรแต่ลองตอบในใจก็ได้ หรือถ้ามันยาวเกินไม่อ่านก็ได้ครับ ไม่ว่ากัน แค่อยากเอามาแปะเผื่อว่าใครที่ไม่เคยรู้แล้วสนใจจะได้รู้แค่นั้นเอง :)

ด้วยความเคารพ

ที่มา: สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

ปล.๑ ประเด็นหลักของคำถามอยู่ที่จรรยาบรรณนักหนังสือพิมพ์นะครับ ถ้าใครอ่านแล้วเหมือนจะได้ยินเสียงวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวว่า "ท้า~ก เษ~ณ .. ออกไป ๆๆๆๆๆ!!" ล่ะก็ ตั้งสติดี ๆ สูดหายใจลึก ๆ ก่อนครับ ผมไม่ได้มาปลุกม็อบ

ปล.๒ ไม่ชอบคุณสนธิไม่ได้แปลว่าชอบคุณทักษิณ และไม่ชอบคุณทักษิณก็ไม่ได้แปลว่าชอบคุณสนธิเช่นกันนะครับ

ปล.๓ ผมก็ยังยืนยันว่าผมเอียนเรื่องการเมืองจะตายอยู่แล้วน่ะครับ -"-

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เฮ่อ สื่อหนอสื่อ

#1 By ฟิวส์ on 2006-02-05 22:37

บอกตามตรง ทุกวันนี้ผมไม่เชื่อหนังสือพิมพ์เท่าไหร่ครับ
เพราะถ้ามีโอกาสอ่านหนังสือพิมพ์วันเดียวกันหลายๆ เล่ม
จะพบว่าข่าวเดียวกัน แต่พูดไม่เหมือนกันเลย

แถมบางเล่มก็ชอบเล่นใส่สีตีไข่
ใช้คำรุนแรง ใส่ร้ายคนในข่าว เพื่อขายข่าว

ผมว่านักหนังสือพิมพ์นี่แหละ ผู้ร้ายตัวจริง...

#2 By โก๋สิจ๊ะ on 2006-02-05 23:04

คำถาม 4 ข้อนั้น ผมคงตอบอะไรไม่ได้มากอ่ะครับ เพราะตอนนี้ แทบจะไม่หยิบหนังสือพิมพ์อ่านแล้ว แต่พยายามจะดูทีวีแทน เพื่อไม่ให้ตกข่าว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ข่าวทางทีวีจะน่าเชื่อถือกว่า นสพ. แค่ไหน แต่ผมว่าก็ดีกว่าอ่านนสพ.ล่ะครับ

ปล.รู้สึกว่า ตัวผมจะสร้างโลกส่วนตัวของตัวเองมากไป จนไม่ค่อยจะรับรู้เหตุบ้านการเมืองซะแล้วสิ

#3 By Pop L'Arc on 2006-02-05 23:23

ถ้ายก "ผู้จัดการ" เป็นตัวอย่างล่ะก็
เอาแค่ในหมวด ๒ นับให้ได้แค่ ๕ จาก ๑๖ ข้อก็ยากแล้วครับ
มันน่าคิดไหมล่ะ ..

#4 By dionysos.exe on 2006-02-06 00:45

เห็นด้วยกับปล.๒ค่ะ เหมือนฉันไม่เห็นด้วยกับการอยู่เฉยๆ(พยายามหลอกตัวเองว่านั่นคือความสงบสุขแล้ว)ไม่ทำอะไร แต่ไม่เห็นด้วยกับการบอกว่าไม่ร่วมม็อบแล้วเป็นคนไม่รักชาติ

ปล.๓ ก็เห็นด้วย

เพียงแต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ตรงกลางได้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะคิดแบบเดียวกัน - -"

เฮ้อ เกิดเป็นคนไทยต้องสู้ชีวิตจริงๆ

#5 By vendetta on 2006-02-06 00:53

ก่อนอื่น ขอบคุณก่อนที่โปรโมต บล๊อก พี่ .... เหอ เหอ .............. แต่ตอนนี้ มีแต่สุสานนะครับ .....

เรื่องสื่อนี่ ทำงานมาสิบกว่าปี ไม่เคยเห็นจรรยาบรรณ เลย ............... อ่านกี่ข้อ ก็ไม่อาจจะนับได้ในสื่อไทย ๆ ยกเว้น ข้อ ๑ ถึง ข้อ ๓ ในหมวด ๑ เท่านั้น

#6 By POL_US (12.221.102.112) on 2006-02-06 02:02

#7 By bact' (172.208.123.141) on 2006-02-06 03:09

แต่คนที่หาเรื่องกับสื่อนี่ฆ่าตัวตายชัด ๆ สื่อไม่พอใจขึ้นมาเจอแต่ข่าวแง่ลบแน่ ๆ เห็นอยู่บ่อย ๆ แม้ในปัจจุบันช่วงนี้

แต่ผมไม่ชอบทักษินนะ เลยเชียร์ฝ่ายคุณสนธิ
เหมือนตอนนี้ไม่รู้จะหันไปทางไหนเลย
ทางโน้นก็ไม่ดี ทางนี้ก็น่าเบื่อ
หนังสือพิมพ์ต้องอ่านหลายฉบับอย่างโก๋ว่า แล้วจะเห็นว่า มันเสนอข่าวไม่เหมือนกันจริงๆ

เห็นด้วยโคตรๆ กับ ปล.2 ครับ me too I'm sick of them all now -*-

#9 By Bickboon on 2006-02-06 07:45

ป.ล.2 นี่คิดตรงกัน 55+

มีมะ ที่ไม่ทำตาม จรรยาบรรณแล้วจาโดนราย

สงสัยกฎหมู่ หรือกลายเป็น กดหมู แทน เหอะๆ

เศร้าใจประเทศไทย เงินมันทำได้ทุกอย่าง

#10 By - LittleMonkey - on 2006-02-06 08:26

พี่ก็เอียนอ่ะ

เพราะด้วยที่แม่พี่ทำงานด้านสื่อโดยตรง
เป็นผู้ผลิตบุคลากรด้านสื่อสารมวลชน
พี่ก็เลยได้รับทราบมาโต้งๆ
ว่า "จรรยาบรรณ" หน่ะถูกวางทิ้งไว้หน้าห้องเรียน
เพราะปากท้องสำคัญกว่า

#11 By AkE (203.154.242.2 /10.226.102.26) on 2006-02-06 13:17

เพิ่งรู้นะครับว่าเขามีจรรยาบรรณเยอะขนาดนี้
แต่มันก็เป็นสิ่งที่ควรจะระลึกไว้ในใจอยู่แล้วล่ะครับ ...
แต่สมัยนี้ยังมีไหม ที่สื่อจะยังทำตามจรรยาบรรณเหล่านั้น

#12 By chonchonjung on 2006-02-06 17:38

อืม...ผมอยากเป็นนักหนังสือพิมพ์ครับ หุหุ แต่อยากจริงๆ อยากทำนิตยสารมากกว่าครับ

ผมว่าสื่อนี่มีผลต่อความคิดของประชาชนมากๆ ครับ อย่างบางครั้ง เรื่องนั้นไม่จริงก็สามารถทำให้คนอ่าน คนดูเชื่อเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาได้เลย

(หลงประเด็นป่าวเนี่ยผม)

เทคแคร์*
น่าเสียดายอย่างที่เอ๋ว่าจริง ๆ ..
ผิดจรรยาบรรณอาจจะผิดกฎหมายหรือไม่ผิดก็ได้
เคยคุยกับพี่พลเรื่องขโมยข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ถามว่าตำรวจเอาผิดได้ไหม
สรุปตามกฎหมายเมืองไทยในปัจจุบันคือไม่ได้ ถ้าจะผิดก็คงเป็นการกระทำหลังจากนั้นมากกว่า

สรุปคือ ..
โดนอะไรไหม - อาจจะไม่โดน
สมควรทำไหม - คาดว่าเป็นคำถามที่ใคร ๆ ก็น่าจะตอบได้
แต่จะโดนกรรมสนองไหม - ก็คงต้องรอดูกันต่อไป

ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง
ทุกหน้าที่มีจรรยาบรรณกำกับ
นักเรียนมีหน้าที่เรียน
อาจารย์มีหน้าที่สอน
หมอมีหน้าที่รักษา
หนังสือพิมพ์มีหน้าที่เผยแพร่ความจริง
นักการเมืองมีหน้าที่บริหารบ้านเมือง
ฯลฯ

แม้จะมีคำกล่าว money is the root of all evil
แต่ถ้าทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนเอง
ถ้าทุกฝ่ายมีจริยธรรมในใจ ในอาชีพ ในการดำเนินชีวิต
ไม่โกงกิน ไม่ก้าวก่าย ไม่เบียดเบียน ไม่ปิดกั้น
บ้านเมืองจะมีความขัดแย้งหรือเปล่าหนอ
น่าคิดนะ

#16 By dionysos.exe on 2006-02-07 13:03

จรรยาบรรณมากมาย ว่าแต่เค้าทำได้หมดจริงนะหรอ= = แค่กฎธรรมดาก็จะตายแล้ว หึๆ
แหะ คุณพ่อเดี๊ยนล่ะ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์นะเคอะ ...


เห็นด้วยอย่างแรงมากๆ
กับป.ล. 1-2-3 ทุกข้อเลย

#18 By แมวหลอน haunted cat on 2006-02-07 21:30

ผมเห็นด้วยกับ ปล.3 ครับ

#19 By Buffo on 2006-02-07 23:47

เป็นเรื่องของการตลาดมั้ง
ดูได้ชัดอย่างไทยรัฐขายดีกว่าฉบับอื่นเพราะลงแต่ศพคนตาย เห็นแล้วไม่อยากจะหยิบ แต่ส่วนใหญ่คนจะชอบอ่านเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี

#20 By sorbet* on 2006-02-08 23:10

เพิ่งเขียนบันทึกเรื่อง การตรวจสอบการควบคุมเสรีภาพในการพูด ...เห็นว่าเกี่ยวกับเรื่องนิด ๆ เลยเอามาให้อ่านเล่นครับท่าน

#21 By POL_US (12.221.102.112) on 2006-02-09 16:06

เหลี่ยมคุงก็น่าจะโดนอ่ะนะมีที่ไหน(วะ) มาด่าคนนู้นคนนี้ว่าโง่-*-

แล้วดูแถลงการผลงานพรรคไม่เชิญสื่อไทยเข้าไปเลย น่าเกลียดมาก อยากรู้จริงๆในเมื่อเค้าไม่เห็นหัวสื่อไทย แล้วใยสื่อจำต้องเห็นหัวเขา
อ่อ ไม่เชิญสื่อไทยไม่ต้องห่วง
เพิ่งดู cnn กับข่าวของที่ออสไป
มั่นใจได้ว่า หลังจากคนดูได้เห็นแต่ละข่าว (TAFTA, ซึนามิ, ฟ้องสื่อ, ม็อบจัดตั้ง, สนามบิน ฯลฯ)
เค้าก็รู้สึกตลกแกมสมเพชผู้นำไม่แพ้กัน หุหุ

แต่สื่อจะทิ้งจรรยาบรรณเพราะไม่เห็นหัวเขา มันก็ทุบหม้อข้าวตัวเองน่ะครับ
คนอ่านก็จะให้เครดิตกับหนังสือพิมพ์น้อยลง เขาก็เสียเองนั่นล่ะ
เหมือนที่ผมเคยเชื่อหนังสือพิมพ์นี้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก
แต่ตอนนี้ความเชื่อมั่นมันลดไปเยอะแล้วล่ะครับ

ปล.เอนทรีนี้ยืนยันตาม ปล.๑ ครับ ประเด็นอยู่ที่จริยธรรมหนังสือพิมพ์ ไม่ใช่การเมืองเน้อ

#23 By dionysos.exe on 2006-02-10 11:36

โอ้ ดป็น blog ที่สาระและวิชาการที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย

#24 By ::NamWarn:: on 2006-02-10 12:42

ชอบปล.ที่2จังเลยคะ คุคุ
ขอแอดไว้น่ะคะ

#25 By กัสจัง on 2006-02-12 02:18

งานเยอะเหรอครับ .... ดองแล้ว

#26 By พี่พล (12.221.102.248) on 2006-02-12 12:32

#28 By meu (58.8.104.87 /unknown) on 2006-08-17 16:49

Nice site!
http://dcgumjgm.com/ysfs/ehyp.html | http://ihvgooxu.com/pneb/yteh.html

#29 By (216.32.84.59) on 2006-09-20 09:40

Google is the best search engine

#30 By vczrukxfc (85.255.113.77) on 2007-03-02 22:46

จริงๆแล้วนักข่าวที่ดีก็มีเยอะนะคะแต่ที่ไม่ดีมันก็มีเยอะกว่า(เนอะ)อยากให้ทุกคนมองนักนสพ.ด้วยความเป็นกลางสักหน่อยสงสารคนที่เขาตั้งใจผลิตสื่อจริงๆ..เขาจะได้มีกำลังใจต่อไปนะคะ..อย่างน้อยเราก็เป็นคนนึงที่จะก้าวไปเป็นนักหนังสือพิมพ์อย่าเหมารวมว่าทุกคนไม่ดีนะ..พี่ๆนักข่าวสู้ ๆค่ะ

#31 By จระเข้น้อย_jr p.n.r.u. (210.86.207.113) on 2007-03-04 12:21

ไม่รู้จะพูดยังไงดี สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

#32 By มิมิจัง (125.24.130.17) on 2007-11-30 15:08

Hello! Good Site! Thanks you! wjnpuovkwncpf

#33 By wsxjviyixw (83.103.18.76) on 2008-02-02 21:36

8ee9a87b8c5366b69c7b982604ea70a5

#34 By John Doe (64.28.187.69) on 2008-06-10 21:54

sad smile

#35 By KuKuy (125.27.16.22) on 2008-07-21 12:24